CMU MOOC

CMU0061

รายละเอียดคอร์ส

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย

(Breast feeding in illness infants)

ชื่อ - สกุลดร.เนตรทอง นามพรม
ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์
emailNethong.namprom@cmu.ac.th
เบอร์โทร089-9991513
ภาควิชา / คณะ ของผู้รับผิดชอบรายวิชากลุ่มวิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์
เหตุผล ความจำเป็น

          อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายทั้งในภาพของโลกและภาพของประเทศไทย จาก รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2019) อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทั่วโลกในช่วง 1 ชั่วโมงหลังคลอด มีทารกร้อยละ 43 ที่ได้รับนมแม่ และร้อย 41 ที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวเมื่ออายุ 6 เดือน และพบ ร้อยละ 45 ที่ได้รับนมแม่ต่อเนื่องไปจนอายุ 2 ปี ดังนั้น องค์การอนามัยโลกจึงได้กำหนดเป้าหมายให้ อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ที่ร้อยละ 75 เมื่อออกจากโรงพยาบาล ร้อยละ 50 เมื่ออายุ 6 เดือน และ ร้อยละ 25 เมื่ออายุ 1 ปี ในปี 2020 และเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดาอย่างเดียว (exclusive breastfeeding) ร้อยละ 70 ในชั่วโมงแรกหลังเกิด ร้อยละ 70 เมื่ออายุ 6 เดือน และร้อยละ 80 เมื่ออายุ 1 ปี และร้อยละ 60 ได้รับนมแม่ต่อเนื่องไปจนอายุ 2 ปี ในปี 2030 (WHO, 2019) สำหรับประเทศ ไทย จากข้อมูลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย Multi-indicator cluster survey ที่ จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 พบว่ามีทารก ไทยเพียงร้อยละ 40 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเพียงร้อยละ 23 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และมีทารกเพียงร้อยละ 13 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี โดยภายในปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมายให้อัตราการกินนมแม่อย่างเดียวของทารกอายุต่ำกว่า6 เดือน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อยร้อยละ 50 (กระทรวงสาธารณสุข, 2562) อย่างไรก็ตาม พบว่าสถานการณ์ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทั้งโลกรวมทั้งประเทศไม่เป็นไปตามเกณฑ์ โดยเฉพาะในทารกป่วย
              การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวิธีการให้อาหารสำหรับทารกที่ดีที่สุด ทำให้ทารกมีการเจริญเติบโตและ พัฒนาการที่ดีองค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และองค์การกองทุนเพื่อเด็ก แห่งสหประชาชาติ (United Nations Children's Fund: UNICEF) ให้คำรับรองในเรื่องประโยชน์ของ นมแม่ จึงแนะนา ให้แม่ทั่วโลกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับทารกเพื่อพัฒนาสุขภาพ หลังจากนั้นจึงเริ่มอาหารเสริมตามวัยควบคู่กับนมแม่จนลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น (World Health Organization, 2011) เนื่องจากในน้ำนมแม่มีเอ็นไซม์และแอนติบอดี้ เป็น 100 ชนิด ที่คอยซ่อมแซมสุขภาพ ซึ่งจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และกระตุ้นให้เด็กมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นเองในร่างกาย ในน้ำนมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน เหมาะสมสำหรับความต้องการของทารก มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อของทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ ทำให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยบ่อย สามารถป้องกันการเกดโรคภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ นมแม่ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองโดยมีการศึกษาพบว่า ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างถูกต้องและนานพอจะมีระดับวุฒิปัญญา (Intelligence Quotient: IQ) ดีกว่าเด็กที่เลี้ยงนมผสมแตกต่างกันตั้งแต่ 3-10 จุด ช่วยให้มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ได้เร็ว ส่งผลให้มีไอคิวดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ 2-11 คะแนน (Quality of Life, 2015) ดังนั้น นมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกเพราะมีคุณค่าทาง โภชนาการรวมทั้งยังมีภูมิคุ้มกันแก่ทารก โดยเฉพาะทารกป่วย หากทารกได้รับนมแม่จะทำให้ภาวะ เจ็บป่วยของทารกดีขึ้น ระยะเวลาการอยู่โรงพยาบาลลดลง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งครอบครัวและของรัฐด้วย
              ดังนั้นการส่งเสริมให้ทารกป่วยได้รับนมแม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และบุคคลที่เป็นบุคคลสำคัญก็ คือแม่ที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนำนมแม่มาให้ทารกป่วย และบุคคลที่สำคัญไม่แพ้กันคือบุคลากรทางสุขภาพที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งเสริมให้มารดามีน้ำนมที่สามารถเลี้ยงทารกได้เพียงพอ ซึ่งการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วยจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆ ในการช่วยให้ทารกได้รับนมแม่จากมารดา โดยเฉพาะการนำแนวคิดบันได 10 ขั้นในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย (Spatz, 2004) มาปรับใช้เพื่อให้การลี้ยงด้วยนมแม่ในทารกป่วยประสบความสำเร็จ (Nyqvist et al., 2012) การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วยในยุคปัจจุบันที่การสื่อสารองค์ความรู้ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเผยแพร่ความรู้ไปได้กว้างและไกลขึ้น ดังนั้น การถ่ายทอดความรู้ผ่าน MOOC จะทำให้บุคลากร ทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องตลอดจนนักศึกษาพยาบาลสามารถเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถนำ ความรู้ไปใช้ในการส่งเสริมให้ทารกป่วยได้รับนมแม่ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดตลอดการ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2562). กรมอนามัย จับมือ WHO – ยูนิเซฟ – มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เสริมพลังนมแม่ แนะ เทคนิค 3 ดูดให้คุณค่านมแม่ครบถ้วน. Retrived from https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/130452/
Nyqvist, K. H., H?ggkvist, A. P., Hansen, M. N., Kylberg, E., Frandsen, A. L., Maastrup, R., & Haiek, L. N. (2012). Expansion of the ten steps to successful breastfeeding into neonatal intensive care: expert group recommendations for three guiding principles. Journal of Human Lactation, 28(3), 289-296.
Quality of Life. (2015, August 7). Embrace the Baby add EQ: Prevent Illness. Manager Online. Retrieved from http://www.manager.co.th/qol/ViewNews.aspx?NewsID=9580000089320
Spatz, D.L. (2004). Ten Steps for Promoting and Protecting Breastfeeding for Vulnerable Infants. Journal of Perinatal and Neonatal Nursing, 18(4), 385-396.
World Health Organization & United Nations Children's Fund (UNICEF). (2019). Global breastfeeding scorecard, 2019: increasing commitment to breastfeeding through funding and improved policies and programmes. Retrieved from https://apps.who.int/iris/handle/10665/326049
World Health Organization. (2011, January 15). Exclusive Breastfeeding for Six Months Best for BabiesEverywhere. Retrieved from http://www.who.int/mediacentre/news/statements/2011/breastfeeding_20110
115/en/

คำอธิบายรายวิชา


            การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย ครอบคลุม แนวคิดการบันได 10 ขั้นในการเลี้ยงลูกด้วย นมแม่ในทารกป่วย การส่งเสริมโภชนาการสำหรับมารดาที่มีทารกป่วย กลยุทธ์ในการส่งเสริมให้มารดา ทารกป่วยคงน้ำนมไว้ กลยุทธ์การสอนมารดาป้อนนมแก่ทารกป่วยด้วยวิธีการต่างๆ ตลอดจนให้ ครอบครัวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย โดยใช้กระบวนการพยาบาล แนวคิดที่เกี่ยวข้องและหลักฐานเชิงประจักษ์ ตลอดจนคำนึงถึงการเคารพสิทธิเด็ก จริยธรรมทางการพยาบาล และความหลากหลายทางวัฒนธรรม

วัตถุประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรม
LO1 : ผู้เรียนสามารถบอกสาระสำคัญของแนวคิดบันได 10 ขั้นในการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดาในทารกป่วย
LO2 : ผู้เรียนสามารถบอกสาระสำคัญของหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วยที่เป็นปัจจุบันอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ
LO3 : ผู้เรียนสามารถบอกสาระสำคัญของกลยุทธ์ในการส่งเสริมให้มารดาทารกป่วยคงน้ำนมไว้
LO4 : ผู้เรียนสามารถบอกสาระสำคัญของกลยุทธ์การให้ทารกป่วยได้รับนมแม่โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วม
LO5 : ผู้เรียนสามารถบอกสาระสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในภาวะฉุกเฉินได้
จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้
ชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งหมด5 ชั่วโมง 
ชั่วโมงการเรียนรู้ต่อสัปดาห์1 ชั่วโมง/สัปดาห์ 
  
ภาษาที่ใช้ในการสอนผ่านระบบออนไลน์
ภาษาไทย 
  
ระดับของเนื้อหารายวิชา
  • ปริญญาตรี
 
  • ปริญญาโท 
 
  • วิชาชีพ พยาบาล
 
  • ปริญญาตรีเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา/หลักสูตรอบรม (ระบุ) การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย
 
ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา
เบื้องต้น
กิจกรรมในรายวิชา การวัดผลและประเมินผล/เกณฑ์การให้คะแนนเพื่อรับใบประกาศนียบัตร

แบบทดสอบก่อนเรียน     10%         กิจกรรมระหว่างเรียน       10%   
แบบทดสอบหลังเรียน                       80%

ผู้เรียนมีคะแนนรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 70% ถือว่าผ่านเกณฑ์เพื่อรับประกาศนียบัตรในระบบได้

เนื้อหาในหลักสูตร

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย

  • เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอดชีพ
  • สำหรับบุคคลที่สนใจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกป่วย
  • วีดีโอรวม 03 ชั่วโมง 12 นาที
  • เวลาเรียนที่แนะนำ 1 ช.ม./สัปดาห์
  • Self-Paced
  • มีประกาศนียบัตร (ตามเกณฑ์ที่กำหนด)
เริ่มเรียน
11/10/2564 07:00
สิ้นสุด
31/12/2569 23:59
สมัครเรียนหลักสูตร
( Enroll in this course )
ลงทะเบียน